บทความ

ค่านิยมของศาลรัฐธรรมนูญ

05/10/2020
5779

Highlight


  • ค่านิยมของศาลรัฐธรรมนูญ “ยึดหลักนิติธรรม ค้ำจุนประชาธิปไตย ห่วงใยสิทธิและเสรีภาพของประชาชน”
  • “ยึดหลักนิติธรรม” ด้วยการทำหน้าที่ให้หลักประกันว่า การใช้อำนาจทางการเมืองการปกครองขององค์กรทุกฝ่ายในระบอบประชาธิปไตยจะต้องดำเนินไปภายใต้ขอบเขตที่รัฐธรรมนูญจำกัดไว้อย่างเคร่งครัด โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันมิให้การปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจขององค์กรใด ๆ มีผลให้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญถูกฝ่าฝืนหรือละเมิด
  • “ค้ำจุนประชาธิปไตย” ด้วยการทำหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายที่วางฐานระบบการเมืองและการปกครองของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของประเทศที่อยู่ในกระบวนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย
  • “ห่วงใยสิทธิและเสรีภาพของประชาชน” ด้วยการทำหน้าที่ให้หลักประกันทางตุลาการในการปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญรับรองและให้ความคุ้มครองแก่ประชาชน

 

“ศาลรัฐธรรมนูญ” เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นกลไกส่งเสริม “หลักนิติธรรม” ในระบบการเมืองและการปกครองตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการเมือง โดยรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่เกี่ยวกับการพิทักษ์ความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ  ภายใต้ค่านิยม “ยึดหลักนิติธรรม ค้ำจุนประชาประชาธิปไตย ห่วงใยสิทธิและเสรีภาพของประชาชน”

ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยค่านิยมในการมุ่งเน้นเพื่อยึด “หลักนิติธรรม” ในระบบการเมืองการปกครองด้วยการทำหน้าที่ให้หลักประกันว่า การใช้อำนาจทางการเมืองและการปกครองขององค์กรทุกฝ่ายในระบอบประชาธิปไตยจะต้องดำเนินไปภายใต้ขอบเขตที่รัฐธรรมนูญจำกัดไว้อย่างเคร่งครัด โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันมิให้การปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจขององค์กรใด ๆ มีผลให้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญถูกฝ่าฝืนหรือละเมิด ไม่ว่าโดยกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือการตรากฎหมายที่มีบทบัญญัติกระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลและชุมชนตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง

ในด้านการค้ำจุน “ประชาธิปไตย” ของศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยการทำหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายที่วางฐานระบบการเมืองและการปกครองของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของประเทศที่อยู่ในกระบวนการพัฒนาระบบประชาธิปไตย

โดยบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญในการค้ำจุนประชาธิปไตยนั้น ได้ปรากฏผ่านการทำหน้าที่วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับองค์กรและกระบวนการทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประกอบด้วย

การวินิจฉัยการสิ้นสุดสมาชิกภาพหรือคุณสมบัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา

การวินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีตามเหตุที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

การวินิจฉัยเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีหรือการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ

การวินิจฉัยปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกิจการพรรคการเมือง

การวินิจฉัยการร้องขอให้เลิกการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

การวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะในกรณีที่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีลักษณะเข้าข่ายเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ

นอกจากนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญด้านการคุ้มครอง “สิทธิและเสรีภาพ” ของประชาชน ด้วยการทำหน้าที่ให้หลักประกันทางตุลาการในการปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญรับรองและให้ความคุ้มครองแก่ประชาชน นับตั้งแต่สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล สิทธิและเสรีภาพในทางความคิดและการแสดงความคิด สิทธิและเสรีภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ สิทธิของพลเมืองที่จะตรวจสอบการกระทำของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปจนถึงสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน ศาลรัฐธรรมนูญให้หลักประกันแก่ประชาชนว่า สิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองจะถูกปกป้อง และมีผลผูกพันเหนือการใช้อำนาจและการปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่าย ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากคำร้องโต้แย้งปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างกฎหมายและกฎหมาย ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการโต้แย้งว่าบทบัญญัติของกฎหมายมีข้อความขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ทั้งในส่วนที่เป็นการใช้สิทธิโต้แย้งโดยองค์กร หรือการใช้สิทธิของบุคคลร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินและศาล ตัวอย่างเช่น

- การโต้แย้งว่าบัญญัติของกฎหมายมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องเพศและสถานะ        

- การโต้แย้งว่าบทบัญญัติของกฎหมายขัดต่อหลักความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย

- การโต้แย้งว่าบทบัญญัติของกฎหมายขัดต่อหลักสิทธิในทรัพย์สินและเสรีภาพของบุคคลในการประกอบอาชีพและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม

- การโต้แย้งว่าบทบัญญัติของกฎหมายขัดต่อหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเกี่ยวกับความรับผิดทางอาญา

- การโต้แย้งว่าบทบัญญัติของกฎหมายขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน

- การโต้แย้งว่าบทบัญญัติของกฎหมายเป็นการสันนิษฐานโทษทางอาญาของบุคคลโดยไม่ปรากฏว่ามีการกระทำหรือเจตนาประการใดอันเกี่ยวกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น

- การโต้แย้งว่าบทบัญญัติของกฎหมายเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลและกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ

- การโต้แย้งว่าบทบัญญัติของกฎหมายเป็นการกระทบต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของบุคคลโดยไม่เป็นธรรม เป็นต้น

โดยทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ย่อมสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะสถาบันหลักที่พิทักษ์ความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญตามหลักนิติธรรม สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยมีกลไกสนับสนุนงานที่มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ

Back to top